ในยุคที่ค่าไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากหลากหลายปัจจัย หลายครอบครัวเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ในการจัดการพลังงาน หนึ่งในนั้นคือการเปลี่ยนหลังคาบ้านให้กลายเป็น “โรงไฟฟ้าขนาดเล็ก” ที่ไม่เพียงแค่ช่วยลดค่าไฟ แต่ยังสามารถขายไฟให้การไฟฟ้า เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวได้อีกด้วย
Key Highlight
- ขายไฟคืนการไฟฟ้า สามารถทำได้ผ่าน “โครงการโซลาร์ภาคประชาชน”
- สามารถยื่นขออนุญาตขายไฟให้การไฟฟ้าได้ง่าย ๆ ผ่านเว็บไซต์ PEA และ MEA ตามพื้นที่อาศัย
- ราคาไฟฟ้าอยู่ที่ 2.20 บาท/หน่วย ระยะสัญญา 10 ปี สำหรับการขายไฟฟ้าโซลาร์เซลล์
- กระบวนการทั้งหมดมี 6 ขั้นตอน: ศึกษา/ออกแบบระบบ, เตรียมเอกสาร, ลงทะเบียนออนไลน์, รอผลพิจารณา, ติดตั้งและตรวจสอบ, เปลี่ยนมิเตอร์ดิจิตอล ใช้เวลาตั้งแต่ต้นจนจบประมาณ 3-6 เดือน
โครงการขายไฟคืนการไฟฟ้าคืออะไร และทำไมควรสนใจ
โครงการขายไฟคืนการไฟฟ้า หรือที่เรียกกันว่า “โครงการโซลาร์ภาคประชาชน” เป็นนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมให้ประชาชนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เองและขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้กับการไฟฟ้า
สิ่งที่น่าสนใจคือ โครงการนี้ไม่ใช่เพียงแค่การประหยัดค่าไฟ แต่เป็นการสร้าง “แหล่งรายได้” ที่ช่วยคุณประหยัดได้มากขึ้น ทำงานไปตลอด 25 ปี ตามอายุการใช้งานของแผงโซลาร์เซลล์ โดยที่คุณไม่ต้องทำอะไรเลย นอกจากดูแลความสะอาดของแผงเป็นครั้งคราว
ขายไฟฟ้าคืนการไฟฟ้า ทำอย่างไร?
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มสนใจ การขายไฟฟ้าคืนให้การไฟฟ้าอาจฟังดูซับซ้อน แต่จริง ๆ แล้วสามารถสรุปเป็นภาพรวมง่าย ๆ ได้ใน 4 ส่วนหลัก:
1. เข้าร่วมโครงการโซลาร์ภาคประชาชน
ผ่านเว็บไซต์ของการไฟฟ้าที่รับผิดชอบพื้นที่ของคุณ MEA สำหรับกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ ส่วน PEA สำหรับจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศ โดยโครงการมีโควตาจำกัดในแต่ละปีและใช้หลัก “มาก่อนได้ก่อน”
2. ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์แบบ On-Grid
เงื่อนไขสำคัญคือต้องเป็น ระบบ On-Grid เท่านั้น (เชื่อมต่อกับกริดของการไฟฟ้า) ไม่ใช่ระบบ Off-Grid หรือระบบที่มีแบตเตอรี่ ขนาดสูงสุด 5 kWp สำหรับระบบ 1 เฟส และ 10 kWp สำหรับระบบ 3 เฟส ผ่านการตรวจสอบจากวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ
3. เปลี่ยนมิเตอร์เป็นแบบดิจิตอล
หลังจากติดตั้งและผ่านการตรวจสอบจากการไฟฟ้าแล้ว จะได้รับการเปลี่ยนจากมิเตอร์อนาล็อกแบบเดิมเป็น มิเตอร์ดิจิตอลแบบ 2 ทาง ที่สามารถอ่านทั้งค่าไฟที่ใช้และค่าไฟที่ขายคืนได้พร้อมกัน
4. รับรายได้รายเดือนผ่านบัญชีธนาคาร
ราคารับซื้ออยู่ที่ 2.20 บาท/หน่วย ตามประกาศ กกพ. ปัจจุบัน สัญญายาว 10 ปี โดยการไฟฟ้าจะหักจำนวนหน่วยที่ขายออกจากค่าไฟที่ใช้ และโอนส่วนต่างเข้าบัญชีที่แจ้งไว้ตอนทำสัญญา มีภาษีหัก ณ ที่จ่าย 1% ตามมาตราภาษีมูลค่าเพิ่ม
รายละเอียดของแต่ละขั้นตอน คุณสมบัติของผู้ขอ และเงื่อนไขทั้งหมดอยู่ในหัวข้อถัดไป
ผู้ที่จะขายไฟคืนการไฟฟ้า ต้องมีคุณสมบัติแบบไหน
ก่อนจะเข้าร่วมโครงการขายไฟคืนการไฟฟ้าได้ ผู้ยื่นต้องผ่านเช็คลิสต์ที่กำหนดโดยการไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เหตุผลตรงไปตรงมา การส่งไฟย้อนกลับเข้าโครงข่ายของประเทศ ไม่ใช่แค่เรื่องคิดเงิน แต่คือเรื่องความปลอดภัยและความเป็นธรรมระหว่างผู้ใช้ไฟ สรุปเงื่อนไขสำคัญได้ดังนี้
- เป็นผู้ใช้ไฟประเภทบ้านอยู่อาศัย (ประเภทที่ 1) กับ MEA หรือ PEA เท่านั้น ไม่ครอบคลุมประเภทกิจการ อาคารพาณิชย์ หรือโรงงาน
- เป็นเจ้าของมิเตอร์และชื่อตรงกับบิลค่าไฟ หากชื่อไม่ตรง เช่น ซื้อ-ขายบ้าน เจ้าของเดิมเสียชีวิต หรือเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ต้องติดต่อการไฟฟ้าเพื่อโอนเปลี่ยนชื่อให้ถูกต้องก่อนยื่นเรื่อง
- กำลังการผลิตติดตั้งอยู่ในเกณฑ์ — ไม่เกิน 5 kWp สำหรับระบบ 1 เฟส และไม่เกิน 10 kWp สำหรับระบบ 3 เฟส โดยเน้นผลิตใช้เอง (Self Consumption) แล้วขายส่วนเกิน
- ติดตั้ง solar rooftop แบบ On Grid ที่เชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้าเท่านั้น ระบบ Off Grid ไม่อยู่ในข่าย
- ผู้ยื่นต้องเป็นผู้ลงทุนติดตั้ง solar cell system เองทั้งหมด ไม่ใช่เช่าระบบหรือใช้ PPA กับเอกชนรายอื่น
- ขออนุญาตเชื่อมต่อโครงข่ายตามมาตรฐาน ติดตั้งอุปกรณ์ตามสเปคของการไฟฟ้า รับรองแบบโดยวิศวกรไฟฟ้าใบอนุญาต
- สัญญาซื้อขายไฟฟ้า 10 ปี ในราคา 2.2 บาท/หน่วย เรตคงที่ตลอดอายุสัญญา
- โควตารับซื้อจำกัดในแต่ละพื้นที่ ใครยื่นก่อนได้สิทธิ์ก่อน
Step by Step เส้นทางสู่การเป็นผู้ขายไฟฟ้าโซลาร์เซลล์

ฟังแล้วอาจจะดูยากไปสักนิดที่เราจะขายไฟคืนให้การไฟฟ้าได้ แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะในบทความนี้เราจะแนะนำคุณแบบ Step by Step ทุกขั้นตอนในการเป็นผู้ขายไฟฟ้าโซลาร์เซลล์
1. ศึกษาและเลือกผู้รับเหมาและออกแบบระบบโซลาร์เซลล์
ก่อนจะดำเนินการขั้นตอนอื่น ๆ อันดับแรกที่ควรทำความเข้าใจคือพื้นที่บ้านของเรา และเลือกบริษัทติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้เหมาะสม ซึ่ง Powervault พร้อมให้คำปรึกษาและตรวจหน้างานฟรี ทำให้คุณสามารถประหยัดเวลาในขั้นตอนนี้ได้
2. เตรียมเอกสารและรายละเอียดที่ใช้สำหรับการลงทะเบียนให้พร้อม
เมื่อตัดสินใจติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้แล้ว การเตรียมเอกสารและรายละเอียดที่ใช้ในการลงทะเบียนขายไฟให้การไฟฟ้าให้เรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็น สำเนาบัตรประชาชน บิลค่าไฟ แบบไฟฟ้า ใบรับรองวิศวกร รูปภาพบนหลังคา รายละเอียดของอุปกรณ์ติดตั้ง ให้เรียบร้อย
3. ลงทะเบียนยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์
ลงทะเบียนยื่นคำขอขายไฟฟ้าผ่านระบบออนไลน์ โดยสำหรับจังหวัดกรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ สามารถยื่นคำขอผ่านระบบ MEA และจังหวัดอื่น ๆ สามารถยื่นคำขอผ่านระบบ PEA
4. รอแจ้งผลพิจารณาและลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า
หลังจากลงทะเบียนแล้วอาจใช้เวลา 1-3 เดือนในการพิจารณา ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้สมัครในแต่ละช่วงเวลา เมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว ต้องดำเนินการชำระค่าเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้า 2,140 บาท (รวม VAT) และลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าภายใน 30 วัน หากเกินกำหนดคำขอจะถูกยกเลิกทันที
5. ติดตั้งระบบและตรวจสอบ
เมื่อผ่านการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์แล้ว การไฟฟ้าจะติดต่อเพื่อเข้ามาตรวจสอบระบบและสายภายในว่าเป็นไปตามแบบที่ยื่นรายละเอียดไว้ว่าตรงกันหรือไม่
6. เปลี่ยนมิเตอร์พร้อมขายไฟให้การไฟฟ้า
ถ้าผ่านขั้นตอนทั้งหมดแล้ว การไฟฟ้าจะเข้ามาเพื่อเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าให้เป็นแบบดิจิตอลพร้อมระบบอ่านค่าหน่วยไฟฟ้าที่สามารถขายคืนได้ และกำหนดวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) โดยยอดการขายไฟจะถูกหักออกจากยอดไฟฟ้าที่ใช้จริง ส่วนต่างจากหน่วยไฟฟ้าที่ใช้จริงจะถูกโอนเข้าบัญชีที่แจ้งไว้ตอนทำสัญญา
เงื่อนไขและข้อจำกัดในการขออนุญาตขายไฟฟ้า
- ระบบโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งต้องเป็นระบบ On-Grid เท่านั้น เพราะต้องเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้า ไม่ใช่ระบบแบตเตอรี่
- การติดตั้ง และอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ต้องผ่านการตรวจสอบจากวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ และเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า
- ผู้ใช้ไฟฟ้า ระบบ 1 เฟส (220 V) กำลังการผลิตรวมต้องไม่เกิน 5 kWp และผู้ใช้ไฟฟ้าระบบ 3 เฟส (220/380V) ต้องติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ไม่เกิน 10 kWp ซึ่งเป็นขนาดนี้เหมาะสมกับบ้านอยู่อาศัยทั่วไป
- ผู้ขายไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ต้องผ่านการยื่นคำขอและลงนามสัญญาซื้อขายตามขั้นตอนอย่างถูกต้องตามที่การไฟฟ้ากำหนด
ขายไฟฟ้ากับ MEA และ PEA แตกต่างกันหรือไม่?
ในทางทฤษฎีแล้วต้องบอกว่าไม่แตกต่างกัน สิ่งที่แตกต่างกันคือพื้นที่ในการให้บริการและระบบการลงทะเบียน โดย MEA จะลงทะเบียนผ่านระบบ My Energy สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ ส่วนจังหวัดอื่น ๆ จะลงทะเบียนผ่านระบบ PPIM เท่านั้น แต่จุดสำคัญจริง ๆ คือ ทั้ง MEA และ PEA ใช้หลักการ “มาก่อนได้ก่อน” และมีโควตาจำกัดในแต่ละปี ดังนั้นหากสนใจควรดำเนินการให้เร็วที่สุด
ตารางเปรียบเทียบ MEA vs PEA แบบเจาะลึก
| หัวข้อ | MEA (การไฟฟ้านครหลวง) | PEA (การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) |
| พื้นที่รับผิดชอบ | กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ | 74 จังหวัดนอกเหนือจากพื้นที่ MEA |
| ระบบลงทะเบียน | My Energy (myenergy.mea.or.th) | PPIM (ppim.pea.co.th) |
| ราคารับซื้อ | 2.20 บาท/หน่วย (สัญญา 10 ปี) | 2.20 บาท/หน่วย (สัญญา 10 ปี) |
| ค่าธรรมเนียมเชื่อมต่อ | 2,140 บาท (รวม VAT) | 2,140 บาท (รวม VAT) |
| ระยะเวลาพิจารณา | 1-3 เดือน | 1-3 เดือน (อาจนานกว่าในช่วงเปิดรับ) |
| การติดต่อสอบถาม | Call Center 1130 | Call Center 1129 |
รายละเอียดสำหรับผู้ใช้ไฟในพื้นที่ MEA
การไฟฟ้านครหลวง (Metropolitan Electricity Authority) ดูแลพื้นที่ 3 จังหวัดหลัก คือ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ หากบ้านของคุณอยู่ในพื้นที่นี้ ให้ยื่นคำขอผ่านระบบ “My Energy” ที่เว็บไซต์ myenergy.mea.or.th ซึ่งออกแบบมาให้ใช้งานง่าย มีการแจ้งสถานะการพิจารณาแบบ Real-time ผ่านแอปพลิเคชัน MEA Smart Life ข้อได้เปรียบของ MEA คือระบบโครงข่ายไฟฟ้าในเมืองใหญ่มีความพร้อมกว่า การเชื่อมต่อและติดตั้งจึงมักเร็วกว่าพื้นที่อื่น
รายละเอียดสำหรับผู้ใช้ไฟในพื้นที่ PEA
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (Provincial Electricity Authority) ดูแลพื้นที่ 74 จังหวัดที่เหลือ ทั่วประเทศ ยื่นคำขอผ่านระบบ “PPIM (Power Purchase for Individual Micro)” ที่เว็บไซต์ ppim.pea.co.th เนื่องจาก PEA ดูแลพื้นที่กว้างและหลากหลาย การรอพิจารณาอาจใช้เวลานานกว่าในช่วงที่โควตาเปิดรับ ในบางพื้นที่ที่โครงข่ายไฟฟ้ายังไม่พร้อมรองรับการไหลไฟสองทาง อาจต้องรอการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานก่อน แนะนำให้ตรวจสอบสถานะพื้นที่กับสำนักงาน PEA สาขาที่ใกล้ที่สุด หรือโทร Call Center 1129 ก่อนดำเนินการติดตั้ง
สรุปจุดต่าง
แม้ราคาและเงื่อนไขจะเหมือนกันทุกประการ แต่ความต่างในระดับปฏิบัติคือ ความพร้อมของโครงข่ายไฟฟ้าในแต่ละพื้นที่ ผู้ใช้ไฟใน MEA มักไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ ส่วนผู้ใช้ไฟใน PEA โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ควรตรวจสอบล่วงหน้าและวางแผนเผื่อเวลา ทั้งนี้ทั้ง MEA และ PEA มีโควตาจำกัดรวมกัน 90 เมกะวัตต์/ปี จึงควรเตรียมเอกสารให้พร้อมและยื่นทันทีที่โครงการเปิดรับรอบใหม่
ราคาขายไฟให้การไฟฟ้าและภาษีที่ต้องรู้
ในปัจจุบันราคาขายไฟให้การไฟฟ้าจะอยู่ที่หน่วยละ 2.20 บาท (ข้อมูลล่าสุดจากประกาศของ กกพ.) ระยะสัญญา 10 ปี นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงภาษีอีกด้วย มีข้อกำหนดที่ชัดเจนตาม มาตรา 77/1(8), 77/1(9) และมาตรา 77/2(1) ที่กำหนดให้การขายไฟคืนหรือสินค้าอื่น ๆ ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และจะมีการหักภาษีเงินได้ 1% ณ ที่จ่ายจากใบเสร็จทุกครั้ง ซึ่งหมายความว่ารายได้จริงที่ได้รับจะน้อยกว่าตัวเลขบนใบเสร็จเล็กน้อย
ติดโซลาร์เซลล์แล้วขายไฟคืนการไฟฟ้าคุ้มไหม?

ในปี 2568 ถ้าถามว่าติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อขายไฟคืนการไฟฟ้านั้นคุ้มหรือไม่ อาจจะผิดวัตถุประสงค์ไปสักนิด เพราะการที่สามารถขายไฟให้การไฟฟ้าได้นั้น เป็นหนึ่งในผลพลอยได้จากการติดตั้งโซลาร์เซลล์เท่านั้น
แต่ถ้าพูดถึงการลงทุนเพื่อประหยัดไฟฟ้าในระยะยาวแล้ว ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก ๆ นอกจากจะลดค่าไฟฟ้าลงไปได้แล้ว ยังสามารถขายไฟคืนให้การไฟฟ้าได้ แม้จำนวนเงินที่ได้อาจจะดูเหมือนไม่มาก แต่ในระยะเวลา 25 ปี ก็สามารถคืนทุนค่าติดตั้งและได้แหล่งรายได้เล็ก ๆ ไว้ใช้จ่ายได้อีกด้วย
ซึ่งโดยทั่วไปแล้วครอบครัวในไทยจะใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 15kWh – 20kWh ต่อวัน หากคุณติดตั้งโซลาร์เซลล์ 10kW จะสามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 30kWh – 50kWh ต่อวัน จะเห็นได้ชัดเลยว่าไฟฟ้าที่ผลิตได้เกินกว่าค่าเฉลี่ยที่ใช้ต่อวันไปค่อนข้างมาก ถ้าคุณไม่ใช่คนที่ใช้ไฟฟ้ามากเท่าไหร่และขายคืนได้ 20kWh – 30kWh ต่อวัน เท่ากับว่าต่อเดือนจะสามารถขายไฟฟ้าได้เฉลี่ย 1,000 – 1,200 บาท ลองคิดเล่น ๆ ว่าขายจนครบ 25 ปี แล้วจะตก 200,000 – 300,000 บาทเลยทีเดียว
คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญของ Powervault
ถ้าคุณอ่านมาถึงจุดนี้แล้ว คงเริ่มเห็นถึงความน่าสนใจของการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์กันแล้วอย่างแน่นอน แต่หากยังกังวลว่าติดแล้วจะคุ้มค่าไหม จากประสบการณ์การติดตั้งมากกว่า 700 โครงการของเรา มาลองเช็คดูกันว่าบ้านของคุณควรพิจารณาลงทุนกับระบบโซลาร์เซลล์หรือไม่
- ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเดือนละ 2,000 บาทขึ้นไป
- มีการใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวันสม่ำเสมอ
- หลังคาหันทิศใต้หรือตะวันออก-ตะวันตก
- มีแผนอยู่บ้านหลังนี้อย่างน้อย 10 ปี
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการขายไฟคืนการไฟฟ้า
Q: ขายไฟคืนการไฟฟ้าได้เดือนละกี่บาท?
A: ขึ้นอยู่กับขนาดระบบและปริมาณการใช้ไฟในบ้าน สำหรับระบบ 10 kW ในบ้านที่ใช้ไฟน้อย สามารถขายคืนได้ประมาณ 20-30 kWh/วัน คิดที่ราคา 2.20 บาท/หน่วย จะได้เดือนละประมาณ 1,000-1,200 บาท แต่สำหรับบ้านที่ใช้ไฟมากในกลางวัน อาจขายคืนได้น้อยกว่า เพราะไฟที่ผลิตได้ถูกนำไปใช้เองทันที ซึ่งในมุมเศรษฐศาสตร์ก็ยังคุ้มค่า เพราะการใช้ไฟฟ้าที่ผลิตเองโดยตรงประหยัดค่าไฟได้ 4-5 บาท/หน่วย มากกว่าการขายคืนที่ 2.20 บาท/หน่วย
Q: ต้องใช้เวลานานเท่าไรกว่าจะได้เริ่มขายไฟ?
A: กระบวนการทั้งหมดใช้เวลา 3-6 เดือน โดยเฉลี่ย: ศึกษา/ออกแบบ 2-4 สัปดาห์, เตรียมเอกสาร 1-2 สัปดาห์, รอผลพิจารณา 1-3 เดือน, ติดตั้งและตรวจสอบ 2-4 สัปดาห์, เปลี่ยนมิเตอร์และ COD อีก 2-4 สัปดาห์ ระยะเวลาจริงอาจช้ากว่านี้ถ้าตรงกับช่วงโควตาเต็มหรือเอกสารไม่ครบ
Q: ต้องเสียภาษีเท่าไรจากรายได้ขายไฟ?
A: การไฟฟ้าจะหักภาษี ณ ที่จ่าย 1% ทุกครั้งที่จ่ายเงิน รายได้ต่อปีที่เกิน 150,000 บาท ต้องนำไปรวมในแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90/91) แต่สำหรับบ้านอยู่อาศัยทั่วไปที่ได้รายได้ 12,000-15,000 บาท/ปี มักได้รับการยกเว้นภาษีเนื่องจากต่ำกว่าเกณฑ์ แนะนำให้ปรึกษานักบัญชีหากไม่แน่ใจ
Q: ติดตั้งเกิน 10 kWp ได้ไหม? หรือเป็นธุรกิจสามารถเข้าร่วมได้ไหม?
A: โครงการโซลาร์ภาคประชาชนรับเฉพาะบ้านอยู่อาศัย (ประเภทที่ 1) ขนาดไม่เกิน 5 kWp (1 เฟส) หรือ 10 kWp (3 เฟส) เท่านั้น สำหรับธุรกิจและโรงงานมีโครงการแยกต่างหาก เช่น Private PPA (Power Purchase Agreement) ที่ให้ภาคธุรกิจติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่โดยไม่ต้องลงทุนเอง Powervault มีประสบการณ์ออกแบบและติดตั้งโครงการ Private PPA มากกว่า 700 โครงการ
Q: หากโควตาเต็มแล้วจะต้องทำอย่างไร?
A: รอจนกว่าจะมีการเปิดรับโควตารอบใหม่ (ประมาณปีละครั้ง) แต่ยังสามารถติดตั้งโซลาร์เซลล์ใช้เองได้เลยโดยไม่ต้องขายคืน เพราะประโยชน์หลักคือการประหยัดค่าไฟในบ้าน (ลดได้ 60-80% จากบิลเดิม) ส่วนการขายคืนเป็นเพียงรายได้เสริม และเมื่อโควตาเปิดใหม่ค่อยยื่นสมัครภายหลังได้
Q: ระบบที่ติดตั้งไว้แล้วเปลี่ยนผู้ขายไฟได้ไหม ถ้าขายบ้าน?
A: หากขายบ้าน สัญญาซื้อขายไฟฟ้าไม่สามารถโอนให้เจ้าของใหม่โดยอัตโนมัติ เจ้าของใหม่ต้องยื่นคำขอใหม่ในชื่อของตนเอง (และอาจติดโควตาในรอบที่สมัคร) จึงควรแจ้งให้ผู้ซื้อบ้านทราบล่วงหน้า และทำเอกสารเปลี่ยนชื่อมิเตอร์ไฟฟ้ากับการไฟฟ้าก่อนโอนกรรมสิทธิ์บ้าน
เริ่มต้นเป็นผู้ขายไฟคืนการไฟฟ้ากับ Powervault
ถ้าคุณเป็นคนนึงที่สนใจติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ไม่ว่าจะด้วยจุดประสงค์ในการลดค่าไฟหรือต้องการขายไฟให้การไฟฟ้าก็ตาม อย่ารอช้าติดต่อ Powervault ผู้นำด้านพลังงาน Mega Solution ที่พร้อมดูแลคุณตั้งแต่ต้นจนจบ
การขายไฟให้การไฟฟ้าไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงไม่กี่ขั้นตอนเท่านั้นคุณก็สามารถกลายเป็นผู้ขายไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ได้แล้ว ในวันนี้มีผู้คนมากมายเริ่มต้นกันไปแล้ว แล้วคุณหละ พร้อมสำหรับสิ่งนี้แล้วหรือยัง?
ติดต่อเราได้เลย:
โทร : 02 397 1137
Email : sunisa.p@powervaultthailand.com
Line : Click

