คุณเคยนับไหมว่าในบ้านมีอุปกรณ์ไฟฟ้ากี่ชิ้น? ตั้งแต่ตู้เย็น แอร์ ทีวี ไปจนถึงที่ชาร์จมือถือ ทุกอย่างล้วนต้องพึ่งพาไฟฟ้า แต่รู้ไหมว่าสิ่งที่ทำให้ชีวิตสะดวกสบายนี้ ก็อาจกลายเป็นภัยเงียบกับตัวเราได้เสมอ วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจเรื่องนี้กันแบบจริงจังกับ 10 อันตรายจากไฟฟ้า พร้อมวิธีป้องกันที่คุณควรเข้าใจ
อันตรายจากไฟฟ้า คืออะไร ?
อันตรายจากไฟฟ้า (Electrical Hazard) คือ เหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่กระแสไฟฟ้าสามารถก่อให้เกิดความเสียหายต่อร่างกาย ทรัพย์สิน หรือระบบไฟฟ้า เป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านในที่ที่ไม่ควรจะเป็น สิ่งที่น่ากลัวคือมันเกิดขึ้นได้เร็วมาก บางครั้งแค่วินาทีเดียว ชีวิตก็เปลี่ยนไปตลอดกาล
ประเภทของอันตรายจากไฟฟ้า มีอะไรบ้าง
จากข้อมูลที่เราได้รวบรวมมา อันตรายจากไฟฟ้าแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ
- อันตรายต่อทรัพย์สิน : นี่คือสิ่งที่เห็นได้ชัด ไฟไหม้บ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้าพัง ความเสียหายที่วัดเป็นตัวเงินได้ แต่บางครั้งของที่มีคุณค่าทางจิตใจ เมื่อสูญเสียไปแล้วก็ไม่อาจหาซื้อคืนมาได้
- อันตรายต่อชีวิต : สิ่งที่ร้ายแรงที่สุดมากกว่าการสูญเสียทรัพย์สิน คือการบาดเจ็บตั้งแต่เล็ก ๆ น้อย ๆ จนถึงเสียชีวิต ซึ่งถือเป็นอันตรายจากไฟฟ้าที่ร้ายแรงมาก และส่งผลกระทบทั้งในแง่ของการสูญเสียและสภาพจิตใจได้เลยทีเดียว
สาเหตุของอันตรายจากไฟฟ้าที่พบเจอได้ในชีวิตประจำวัน
สาเหตุของการเกิดอันตรายจากไฟฟ้านั้นมีมากมาย ทั้งอุบัติเหตุที่เกิดจากความไม่ตั้งใจ หรือส่วนใหญ่มักมาจากความประหยัดผิดที่ เรามักคิดว่า “ยังใช้ได้อยู่” แล้วปล่อยให้อุปกรณ์ที่ชำรุดทำงานต่อไป หรือเลือกซื้อของถูกที่ไม่ได้มาตรฐาน
จากการสำรวจพบว่าปัญหาหลัก ๆ มาจาก 4 สาเหตุนี้ การใช้อุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน, ระบบไฟฟ้าลัดวงจร, การไม่ติดตั้งสายดิน และการไม่เคยตรวจสอบระบบไฟฟ้าโดยผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะบ้านที่อายุเกิน 10 ปี ถ้าไม่เคยตรวจเช็คระบบไฟฟ้าเลย
อันตรายจากไฟฟ้า 10 อย่าง ที่คุณควรรู้

1. ไฟฟ้าดูด
ภัยเงียบตัวจริง อย่างไฟดูดที่เกิดจากการสัมผัสกับกระแสไฟโดยตรง กระแสไฟฟ้าจะวิ่งผ่านร่างกายลงสู่พื้นดิน ผลที่ตามมาคือกล้ามเนื้อเกร็ง หัวใจเต้นผิดจังหวะ และอาจหยุดเต้นได้
2. ไฟรั่ว
ไฟรั่วเกิดจากฉนวนของสายไฟชำรุด ทำให้กระแสไฟฟ้ารั่วออกมาสู่โครงโลหะของเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นอาการเบื้องต้นที่จะนำพาไปสู่ของอันตรายจากไฟฟ้าที่ใหญ่กว่าได้ สังเกตได้จากการโดนไฟ “ซ่า” เวลาจับเครื่องใช้ไฟฟ้า
3. ไฟฟ้าลัดวงจร
ไฟฟ้าลัดวงจร คือเกิดจากการที่สายไฟเส้นบวกและลบสัมผัสกันโดยตรง เมื่อกระแสไฟฟ้าเดินทางลัดจากสายเส้นหนึ่งไปอีกเส้นโดยไม่ผ่านอุปกรณ์ ทำให้เกิดกระแสไฟไหลเกิน ส่งผลให้ฟิวส์ขาดหรือเกิดความร้อนสูงมากในจุดที่ลัดวงจร นำไปสู่ประกายไฟและเพลิงไหม้ได้
4. วงจรโอเวอร์โหลด
การใช้ไฟฟ้าเกินกำลังที่วงจรสามารถรับได้ หรือการโอเวอร์โหลด เหมือนการยัดของใส่กระเป๋าจนล้น สุดท้ายมันต้องแตกออก ส่งผลให้เกิดความร้อนสะสมจนฉนวนละลายและอาจลุกไหม้
5. การอาร์กแฟลช
อาร์กแฟลชเป็นการระเบิดของประกายไฟฟ้าแรงสูง จากการแตกของอากาศระหว่างขั้วไฟ อุณหภูมิอาจสูงถึง 19,000 องศาเซลเซียส ซึ่งความร้อนขนาดนี้จะสามารถทำให้ผิวหนังไหม้ได้ในทันทีเลยทีเดียว
6. การสัมผัสสายไฟโดยตรง
จับสายไฟที่มีกระแสไหลอยู่ ฟังดูเป็นเรื่องที่คงไม่มีใครทำกันใช่ไหม ? แต่ในความเป็นจริงมีคนเผลอทำบ่อยมาก ๆ อย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอันตรายจากไฟฟ้า อันดับต้น ๆ เลยทีเดียว
7. การสัมผัสโดยอ้อม
การสัมผัสกับวัตถุที่นำไฟฟ้าซึ่งมีกระแสรั่วไหลอยู่โดยไม่รู้ตัว เช่น ตู้เย็นที่ไม่มีสายดิน ราวบันไดเหล็กที่มีสายไฟพาดอยู่ ซึ่งก็เป็นหนึ่งในอันตรายจากไฟฟ้าที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่มักถูกมองข้ามไปด้วยเช่นกัน
8. เพลิงไหม้จากไฟฟ้า
สาเหตุอันดับหนึ่งของไฟไหม้บ้านในประเทศไทย มักเกิดจากสายไฟเก่า ปลั๊กไฟร้อนจัด หรือการต่อพ่วงปลั๊กมากเกินไป ซึ่งเกิดได้ทุกเมื่อหากไม่มีระบบป้องกัน หรือตรวจสอบระบบไฟฟ้าในบ้านอย่างสม่ำเสมอ
9. ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าขณะตัวเปียก
น้ำเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดีเยี่ยม เมื่อมือหรือร่างกายเปียกแล้วไปจับเครื่องใช้ไฟฟ้า อย่างการเป่าผมในห้องน้ำ หรือการจับปลั๊กมือเปียกล้วนเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายจากไฟฟ้าทั้งสิ้น
10. เครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุดเสียหาย
อย่างที่เราได้บอกไว้ก่อนหน้านี้ว่า คนส่วนมากมักคิดว่าเครื่องใช้ไฟฟ้า “ยังใช้ได้อยู่” แม้จะเก่ามากแล้ว โดยไม่คำนึงถึงว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าจะชำรุดเสียหาย เมื่อถึงเวลานั้นอาจสายไปเสียแล้ว การใช้อุปกรณ์ที่ชำรุดเสียหาย จึงเป็นสาเหตุที่เกิดอันตรายกับตัวคุณมาก ๆ
วิธีป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าจากมืออาชีพ
เพื่อทุก ๆ คนที่ผ่านมาอ่านบทความนี้ของเราปลอดภัยจากอันตรายจากไฟฟ้า วันนี้ Powervault ได้รวบรวมเทคนิคจากวิศวกรไฟฟ้าและทีมงานของเรากว่า 20 คน ที่มีประสบการณ์ติดตั้งระบบไฟฟ้าและโซลาร์เซลล์มานับไม่ถ้วน นี่คือสิ่งที่ทุกคนเห็นตรงกัน
วิธีป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าที่ควรรู้ :
- ติดตั้งเครื่องตัดไฟฟ้าลัดวงจร (Safety Cut)
- ติดตั้งสายดินให้ถูกต้อง
- ใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน มอก. เท่านั้น
- ตรวจเช็กระบบไฟฟ้าอย่างน้อยปีละครั้ง
- แยกวงจรไฟฟ้าตามการใช้งาน
- ติดตั้งโซลาร์เซลล์พร้อมระบบป้องกันที่ดี
|
อันตรายจากไฟฟ้า |
วิธีป้องกัน |
| อันตรายจากกระแสไฟฟ้าไหลผ่านร่างกาย
(ไฟฟ้าดูด, การสัมผัสโดยตรง, การสัมผัสโดยอ้อม, การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าขณะตัวเปียก) |
ติดตั้งเครื่องตัดไฟฟ้าลัดวงจร (Safety Cut), ติดตั้งสายดินให้ถูกต้อง |
| อันตรายจากความเสียหายของระบบ/อุปกรณ์
(ไฟรั่ว, ไฟฟ้าลัดวงจร, วงจรโอเวอร์โหลด, เครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุดเสียหาย, เพลิงไหม้จากไฟฟ้า) |
ตรวจเช็กระบบไฟฟ้าอย่างน้อยปีละครั้ง, ใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน มอก. เท่านั้น, ติดตั้งเครื่องตัดไฟฟ้าลัดวงจร (Safety Cut), ติดตั้งสายดินให้ถูกต้อง |
| อันตรายจากกระแสไฟเกินและอุณหภูมิสูง
(ไฟฟ้าลัดวงจร, วงจรโอเวอร์โหลด, การอาร์กแฟลช, เพลิงไหม้จากไฟฟ้า) |
แยกวงจรไฟฟ้าตามการใช้งาน, ติดตั้งเครื่องตัดไฟฟ้าลัดวงจร (Safety Cut), ตรวจเช็กระบบไฟฟ้าอย่างน้อยปีละครั้ง |
ซึ่งสิ่งที่เราอยากเน้นย้ำคือการป้องกันที่ดีต้องเป็นระบบ ไม่ใช่แค่ทำอย่างใดอย่างหนึ่ง มันต้องครอบคลุมตั้งแต่การเลือกซื้อ การติดตั้ง การใช้งาน และการบำรุงรักษา
ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์อย่างปลอดภัยไปกับ Powervault

หลายคนอาจไม่รู้ว่าระบบโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งอย่างถูกต้อง จริงๆ แล้วช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับระบบไฟฟ้าในบ้านได้ด้วย เพราะมันมาพร้อมกับระบบป้องกันที่ทันสมัย
Powervault ใช้เทคโนโลยี Rapid Shutdown ซึ่งเป็นระบบความปลอดภัยระดับสากล ที่สามารถตัดการทำงานของระบบโซลาร์เซลล์ได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน จากประสบการณ์กว่า 700 โครงการ Mega Project คุณสามารถมั่นใจว่าระบบของคุณจะปลอดภัยจากอันตรายจากไฟฟ้าอย่างแน่นอน
สนใจติดตั้งโซลาร์เซลล์วันนี้รับคำปรึกษาและตรวจหน้างานฟรี – คลิกเลย
อันตรายจากไฟฟ้าไม่ได้เลือกว่าจะเกิดกับใคร แต่เราเลือกได้ว่าจะป้องกันมันอย่างไร ความปลอดภัยไม่ใช่ค่าใช้จ่าย แต่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่คุณไม่ควรละเลยที่สุดในชีวิต

