Key Highlight:
- เอกสาร BOI คือ ชุดเอกสารที่ใช้ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ประกอบด้วยแผนธุรกิจ หนังสือรับรองบริษัท และรายละเอียดโครงการ
- BOI สิทธิประโยชน์ทางภาษี รวมถึงการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 8-13 ปี และยกเว้นอากรนำเข้าเครื่องจักร 100% ช่วยลดต้นทุนธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ
- กระบวนการยื่นขอใช้เวลา 40-90 วันทำการ โดยโรงงานที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์สามารถขอรับการส่งเสริมภายใต้มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพได้
ในยุคที่ต้นทุนพลังงานพุ่งสูงและการแข่งขันรุนแรงขึ้นทุกวัน การลดภาระภาษีและค่าใช้จ่ายไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็น สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือ BOI (Board of Investment) คือคำตอบที่ผู้ประกอบการหลายคนมองข้าม ทั้งที่ BOI สิทธิประโยชน์ทางภาษี สามารถช่วยประหยัดเงินหลายสิบล้านบาทตลอดอายุโครงการ
หลายคนถามว่า เอกสาร BOI คืออะไร ต้องใช้อะไรบ้างและยื่นยากแค่ไหน บทความนี้จะตอบทุกคำถาม พร้อมแนะนำขั้นตอนที่ปฏิบัติได้จริง เพื่อให้ธุรกิจของคุณเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้อย่างมั่นใจ
ใครสามารถขอรับการส่งเสริมจาก BOI ได้บ้าง
- BOI เปิดรับทั้งนักลงทุนไทยและต่างชาติ ไม่จำกัดสัญชาติ โดยมีเงื่อนไขหลักที่ต้องผ่านดังนี้
- เงินลงทุนขั้นต่ำ: โครงการต้องมีเงินลงทุนไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน)
- อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน: ไม่เกิน 3 ต่อ 1 สำหรับโครงการใหม่
- มูลค่าเพิ่ม: ต้องมีมูลค่าเพิ่มไม่น้อยกว่า 20% ของรายได้ (กิจการเกษตรและอิเล็กทรอนิกส์ 10%)
- รูปแบบนิติบุคคล: บุคคลธรรมดาสามารถยื่นคำขอได้ แต่ต้องจัดตั้งบริษัทก่อนออกบัตรส่งเสริม
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : BOI คืออะไร เปิดโลกสิทธิประโยชน์จากการติดตั้งโซลาร์เซลล์ภาคธุรกิจ
ประเภทกิจการที่ BOI ให้การส่งเสริม
BOI แบ่งประเภทกิจการออกเป็น 10 หมวดหลัก โดยในปี 2567-2568 เน้นส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายเป็นพิเศษ
อุตสาหกรรมที่ได้รับความสำคัญสูง
พลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม: การผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์และพลังงานหมุนเวียนได้รับการส่งเสริมอย่างมาก เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero กิจการจัดการพลังงาน (ESCO) รวมถึงการติดตั้งโซลาร์เซลล์สำหรับโรงงาน จัดอยู่ในกลุ่มนี้
ยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem): ครอบคลุมการประกอบรถยนต์ไฟฟ้า การผลิตแบตเตอรี่ และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง
ดิจิทัลและคลาวด์: Data Center และ Cloud Service มีมูลค่าการลงทุนสูงสุดในปีที่ผ่านมา
เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับยื่นขอ BOI
การเตรียมเอกสาร BOIอย่างครบถ้วนเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยลดความล่าช้าในการตรวจสอบ แบ่งออกเป็น 3 หมวดหลัก
หมวดที่ 1: ข้อมูลรายละเอียดโครงการ
แผนโครงการและผลิตภัณฑ์พร้อม Flowchart กระบวนการผลิต รายการเครื่องจักรหลักทั้งที่นำเข้าและจัดซื้อในประเทศ แผนการตลาดและประมาณการรายได้ 3 ปี รวมถึงมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม (สำหรับบางประเภทกิจการ)
หมวดที่ 2: ข้อมูลนิติบุคคล
หนังสือรับรองการจดทะเบียนจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ไม่เกิน 6 เดือน) พร้อมบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น งบการเงินปีล่าสุดที่ผ่านการตรวจสอบ และประวัติผู้ถือหุ้นหรือคณะผู้บริหาร
หมวดที่ 3: เอกสารเฉพาะ
หนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ 30 บาท แบบฟอร์มเฉพาะสำหรับมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพ (F PA PP 59-02) หากเป็นโครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์ และ Feasibility Study สำหรับโครงการเกิน 2,000 ล้านบาท
ขั้นตอนการยื่นขอ BOI แบบละเอียด

กระบวนการยื่นขอ BOI สิทธิประโยชน์ทางภาษี ในปัจจุบันเป็นระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบผ่าน e-Investment ซึ่งช่วยลดความยุ่งยากและเพิ่มความโปร่งใสในทุกขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1: ศึกษาข้อมูลและเตรียมความพร้อม
ก่อนยื่นคำขอ ผู้ประกอบการต้องทำการบ้านให้ครบถ้วน
สิ่งที่ต้องทำ:
- ตรวจสอบว่ากิจการของคุณอยู่ในประเภทที่ BOI ให้การส่งเสริมหรือไม่ โดยดูจากบัญชีประเภทกิจการตามประกาศ BOI ที่ 9/2565
- ประเมินว่าโครงการผ่านเกณฑ์หรือไม่ ได้แก่ เงินลงทุนขั้นต่ำ 1 ล้านบาท, อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนไม่เกิน 3:1 และมูลค่าเพิ่มไม่น้อยกว่า 20%
- รวบรวมเอกสารสำหรับยิ่น BOI ให้ครบถ้วนตาม Checklist ทั้ง 3 หมวด
ระยะเวลา: 1-2 สัปดาห์ (ขึ้นอยู่กับความพร้อมของข้อมูล)
ขั้นตอนที่ 2: ลงทะเบียนและยื่นคำขอผ่านระบบ e-Investment
นี่คือขั้นตอนที่เป็นทางการขั้นแรก ต้องทำอย่างระมัดระวัง
สิ่งที่ต้องทำ:
- สร้างบัญชีผู้ใช้งานในระบบ e-Investment Promotion บนเว็บไซต์ www.boi.go.th
- กรอกข้อมูลโครงการอย่างละเอียด โดยเฉพาะขนาดการลงทุน กำลังการผลิต และแผนการจ้างงาน (ข้อมูลเหล่านี้จะถูกบันทึกเป็นเงื่อนไขในบัตรส่งเสริม)
- อัปโหลดเอกสารประกอบทั้งหมดในรูปแบบดิจิทัล
- ยืนยันการยื่นคำขอและรอระบบประทับตรา “รับคำขอ”
ข้อควรระวัง: ห้ามซื้อเครื่องจักรหรือเริ่มลงทุนก่อนวันที่ระบบ “รับคำขอ” เด็ดขาด มิฉะนั้นจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ย้อนหลัง
ระยะเวลา: 1-3 วันทำการ
ขั้นตอนที่ 3: นัดหมายและชี้แจงโครงการ (Presentation)
ขั้นตอนนี้คือโอกาสในการ “ขายโครงการ” ให้เจ้าหน้าที่เห็นคุณค่า
สิ่งที่ต้องทำ:
- นัดหมายเจ้าหน้าที่กองส่งเสริมการลงทุนที่รับผิดชอบประเภทกิจการของคุณ ภายใน 10 วันทำการหลังยื่นคำขอ
- เตรียมนำเสนอโครงการแบบมืออาชีพ โดยเน้นจุดเด่น 3 ด้าน ได้แก่ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี, ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และแผนการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้พนักงานไทย
- ตอบคำถามเจ้าหน้าที่อย่างชัดเจนและมั่นใจ
- หากเจ้าหน้าที่ขอเอกสารเพิ่มเติม ให้จัดส่งโดยเร็วที่สุด
เคล็ดลับ: เตรียม Flowchart กระบวนการผลิต, รูปภาพเครื่องจักร และตัวเลข ROI ที่ชัดเจน จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ
ระยะเวลา: 1-2 สัปดาห์
ขั้นตอนที่ 4: การวิเคราะห์โครงการและรอมติอนุมัติ
ขั้นตอนนี้อยู่ในมือของ BOI ผู้ประกอบการทำได้แค่รอและติดตาม
กระบวนการภายใน BOI:
- เจ้าหน้าที่วิเคราะห์โครงการตามเกณฑ์การอนุมัติ
- โครงการขนาดเล็ก-กลาง: พิจารณาโดยเจ้าหน้าที่ระดับกอง
- โครงการขนาดใหญ่หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคง/สิ่งแวดล้อม: นำเข้าคณะอนุกรรมการหรือคณะกรรมการชุดใหญ่
ระยะเวลาพิจารณา:
- โครงการทั่วไป: 40 วันทำการ
- โครงการขนาดใหญ่/ซับซ้อน: 60-90 วันทำการ
เมื่อได้รับอนุมัติ: BOI จะออกหนังสือแจ้งมติการให้การส่งเสริมภายใน 7 วันทำการ
ขั้นตอนที่ 5: ตอบรับมติการส่งเสริม
เมื่อได้รับหนังสือแจ้งมติ ต้องดำเนินการทันที
สิ่งที่ต้องทำ:
- ตอบรับมติภายใน 1 เดือน นับจากวันที่ได้รับหนังสื
- ช่องทางตอบรับ: ผ่านระบบ e-Investment Promotion หรือยื่นแบบฟอร์ม F GA CT 07
- ตรวจสอบเงื่อนไขในหนังสือแจ้งมติอย่างละเอียด หากมีข้อสงสัยให้สอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนตอบรับ
ข้อควรระวัง: หากไม่ตอบรับภายในกำหนด ถือว่าสละสิทธิ์
ระยะเวลา: ไม่เกิน 1 เดือน
ขั้นตอนที่ 6: ยื่นขอรับบัตรส่งเสริม
บัตรส่งเสริมคือ “ใบเบิกทาง” ในการใช้สิทธิประโยชน์ทั้งหมด
สิ่งที่ต้องทำ:
- ยื่นคำขอรับบัตรส่งเสริมภายใน 6 เดือน นับจากวันตอบรับมติ
- เตรียมหลักฐานประกอบ ได้แก่ หลักฐานการจดทะเบียนบริษัท, หลักฐานทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้ว, ผังการติดตั้งเครื่องจักร และแผนผังที่ตั้งโรงงาน
- ยื่นผ่านระบบ e-Investment Promotion หรือแบบฟอร์ม F GA CT 08
ระยะเวลาออกบัตร: BOI จะออกบัตรส่งเสริมภายใน 10 วันทำการ หลังได้รับเอกสารครบถ้วน
สรุป Timeline ทั้งหมด:
| ขั้นตอน | ระยะเวลา |
|---|---|
| เตรียมความพร้อม | 1-2 สัปดาห์ |
| ยื่นคำขอ e-Investment | 1-3 วัน |
| ชี้แจงโครงการ | 1-2 สัปดาห์ |
| รอมติอนุมัติ | 40-90 วันทำการ |
| ตอบรับมติ | ภายใน 1 เดือน |
| ขอรับบัตรส่งเสริม | ภายใน 6 เดือน + 10 วันออกบัตร |
| รวมทั้งหมด | ประมาณ 3-5 เดือน |
สิ่งที่ต้องทำหลังได้รับการอนุมัติ BOI
การได้รับบัตรส่งเสริมไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของพันธสัญญาที่ต้องรักษา
รายงานความคืบหน้า: ส่งรายงานทุก 6 เดือนในช่วงแรก และรายงานประจำปี (ตส.310) ผ่านระบบ e-Monitoring ภายในเดือนกรกฎาคม
ขอเปิดดำเนินการ: ภายใน 36 เดือน ต้องยื่นขออนุญาตเปิดดำเนินการเต็มโครงการ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบทรัพย์สินจริงเพื่อสรุปวงเงินยกเว้นภาษี
ขอใช้สิทธิทางภาษี: ยื่นคำขอผ่านระบบ e-Tax ในแต่ละรอบบัญชี พร้อมรายงานการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
ข้อควรระวังและข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับระเบียบปฏิบัติอาจทำให้เสียสิทธิประโยชน์และเกิดภาระภาษีย้อนหลัง
ลงทุนก่อนยื่นคำขอ: การซื้อเครื่องจักรหรือเริ่มผลิตก่อนวันที่ระบบ “รับคำขอ” จะไม่ได้รับการยกเว้นภาษี เว้นแต่ได้รับอนุมัติพิเศษ
ใช้เครื่องจักรผิดวัตถุประสงค์: การนำเครื่องจักรที่ได้รับยกเว้นอากรไปใช้ในโครงการ Non-BOI ถือเป็นการทำผิดเงื่อนไขร้ายแรง
ไม่แยกบัญชี BOI/Non-BOI: บริษัทที่มีทั้งกิจการ BOI และ Non-BOI ต้องทำ Segment Accounting อย่างเคร่งครัด
ละเลยเกณฑ์แรงงาน: สัดส่วนพนักงานไทยต่อต่างชาติและเกณฑ์เงินเดือนขั้นต่ำที่ปรับใหม่ในปี 2568 อาจกระทบการต่ออายุวีซ่าของผู้เชี่ยวชาญ
Powervault อาสาดูแลการยื่นขอ BOI ให้คุณทุกขั้นตอน

Powervault Thailand คือผู้เชี่ยวชาญด้านการติดตั้งโซลาร์เซลล์ระดับ Mega Project ที่ดูแลโรงงานและอุตสาหกรรม เราไม่เพียงแค่ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์คุณภาพสูง แต่ Powervault ยังช่วยลูกค้าเตรียมเอกสารและยื่นขอ BOI ภายใต้มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านพลังงานอย่างครบวงจร
ด้วยทีมงานที่เข้าใจทั้งเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์และกระบวนการ BOI เราช่วยให้คุณเข้าถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้เร็วขึ้น และมั่นใจว่าทุกขั้นตอนเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด
ติดต่อ Powervault วันนี้ เพื่อรับคำปรึกษาฟรีเกี่ยวกับการติดตั้งโซลาร์เซลล์และการยื่นขอ BOI แบบครบจบในที่เดียว
ติดต่อเราได้เลย :
โทร : 02 397 1137
Email : sunisa.p@powervaultthailand.com
Line : Click

